[x]
Powered by _DEESITE
วิธีดูแลบ้าน "ให้ห่างไกลโรค"
50 วิธีดูแลบ้านแบบประหยัดเวลา ประหยัดเงิ
ไอเดียแต่งบ้านสวยราคาประหยัด
อากาศบริสุทธิ์ในบ้าน Allowed comment.
เหล็กเสริมคอนกรีต Allowed comment.
การต่อเติมบ้านอย่างถูกวิธี Allowed comment.

ผลงานของบริษัท Portfolio.


จำนวนผู้เข้าชม
ip คุณ 54.196.182.102
ออนไลน์ 1 ip
ผู้เข้าชมวันนี้ 3 ip
ผู้เข้าชมเดือนนี้ 596 ip
ผู้เข้าชมปีนี้ 17497 ip
ผู้เข้าชมทั้งหมด 192363 ip
  เริ่มนับ24 มกราคม 2553


สาระเรื่องบ้านกับ URBAN HOUSE : วิธีดูแลบ้าน "ให้ห่างไกลโรค"

วิธีดูแลบ้าน "ให้ห่างไกลโรค"


เชื่อไหมค่ะว่าวิธีดูแลบ้านทำให้คุณห่างไกลจากโรคได้ อย่างที่รู้ ๆ กันดีว่าบ้านป็นที่พักผ่อนที่ดีที่สุดจากความตึงเครียดของโลกภายนอก เพราะเพียงแค่ก้าวเข้าบ้านเราก็รู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าภายในบ้านของเรานั้นก็เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคตัว อันตรายที่สามารถทำลายสุขภาพของเราได้เช่นกันค่ะ วันนี้เราก็เลยนำเอา วิธีดูแลบ้าน มาฝากกันค่ะ สำหรับ วิธีดูแลบ้าน ของเราในวันนี้เป็นวิธีง่าย ๆ เพียงแค่คุณลองให้เวลากับการดูแลบ้านอย่างจริงจังสักวันทำความสะอาดในมุม เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่คุณนึกไม่ถึงเพียงเท่านี้คุณก็มี วิธีดูแลบ้าน ให้ห่างไกลโรคได้อย่าถูกวิธีแล้วแหละค่ะ ว่าแล้วเราก็เข้าไปดูวิธีดูแลบ้านให้ห่างไกลโรคกันเลยดีกว่านะค่ะว่าเขาทำ อย่างไรและเน้นที่จุดใดและอุปกรณ์อะไรบ้างเพียงแค่นี้คุณก็จะได้อยู่ใน บ้านอย่างห่างไกลเชื้อโรคแล้วแหละค่ะ

 

 

เคล็ดลับ วิธีดูแลบ้าน "ให้ห่างไกลโรค"

 

 

ห้องน้ำ

 

 

- ห้องน้ำ

1. ทำความสะอาดฝักบัวอาบน้ำ

ผลการศึกษาพบว่า ในฝักบัวอาบน้ำนั้นสามารถเป็นที่อยู่อาศัยของแบคทีเรียขนาดเล็ก ซึ่งแบคทีเรียตัวนี้สามารถทำลายเนื้อเยื่อปอดได้ ยิ่งเวลาคุณสระผม ฟองยาสระผมที่ไปเกาะอยู่ที่ฝักบัวซึ่งมีโปรตีนอันเป็นสารบำรุงผมที่ผสมอยู่ ในแชมพูก็จะกลายเป็นอาหารชั้นยอดของเจ้าแบคทีเรียจิ๋วพวกนี้ หากคุณสังเกตเห็นคราบดำ ๆ ลื่น ๆ เกาะอยู่ตามรูของฝักบัวล่ะก็ ต้องทำความสะอาดอย่างเร่งด่วนเลยค่ะ และเพื่อป้องกันการเกิดคราบในครั้งต่อ ๆ ไปพยายามทำความสะอาดฝักบัวอาบน้ำทุกสัปดาห์ โดยการใช้แปรงขนแข็งแปรงที่บริเวณหัวฝักบัวค่ะ

2. ทำความสะอาดม่านกันเปียก

สำหรับห้องน้ำที่ใช้ม่านกั้นเพื่อแบ่งบริเวณส่วนเปียกและแห้งหากปล่อยให้ ม่านอับและชื้นจะเป็นแหล่งสะสมและเติบโตของเชื้อโรคเป็นอย่างดี ซึ่งเป็นสาเหตุก่อให้เกิดอาการภูมิแพ้และอาจทำให้เกิดการติดเชื้อจึงควรทำ ความสะอาดม่านกั้นในห้องน้ำของเป็นประจำทุกสัปดาห์ โดยนำลงไปซักในน้ำอุ่น และผสมยาซักให้เข้มข้นเล็กน้อยก่อนจะตากให้แห้งและนำกลับไปแขวนที่เดิมรวม ถึงหลังใช้งานม่านกั้นส่วนเปียก-แห้งเสร็จแล้วควรดึงปิดทุกครั้งเพื่อให้ แห้งไวขึ้น และลดความอับชื้น

3. ทำความสะอาดตู้ยา

ตู้ยาสามัญประจำบ้านเป็นอีกส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของบ้านที่จะมองข้ามไม่ได้ เป็นอันขาด หากใครเก็บยาไว้ในห้องน้ำหรือบริเวณที่มีความอับชื้นและอุณหภูมิไม่คงที่ ซึ่งส่งผลให้ยาเสื่อมสภาพได้ง่าย รวมทั้งอาจทำให้เกิดการเลอะเลือนของฉลากยาจึงควรย้ายบริเวณที่เก็บมาเป็น ห้องอื่น ๆ ของบ้าน อาจเป็นบริเวณห้องนั่งเล่นหรือห้องนอนซึ่งมีอุณภูมิและความชื้นคงที่รวมถึง เก็บยาให้ห่างจากแสงด้วย

4. ดูแลแปรงสีฟัน

แปรงสีฟันเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่อยู่ใกล้ชิดกับร่างกายเรามากที่สุดและเรา ยัง ต้องใช้มันอย่างน้อยถึงวันละ 2 ครั้ง แต่หารู้ไม่ว่าแปรงสีฟันนี่เองที่เป็นแหล่งเพาะบ่มเชื้อโรคที่ดีสุด ๆ เมื่อคุณกดชักโครกแปรงสีฟันของคุณอาจถูกพรมไปด้วยละอองน้ำเล็ก ๆ ที่ลอยขึ้นมา ซึ่งแน่นอนว่ามีเชื้อโรคต่าง ๆ ปะปนมาด้วย นอกจากนี้อาจมีเชื้อโรคที่ปนเปื้อนมากับน้ำลายหรือเสมหะของคุณขณะแปรงฟันตก ค้างอยู่ที่ขนแปรงด้วย วิธีป้องกันง่าย ๆ คือปิดฝาสุขภัณฑ์ทุกครั้งก่อนกดชักโครก หรือย้ายไปแปรงสีฟันคุณไปเก็บที่อื่นและที่สำคัญต้องมั่นใจว่า แปรงสีฟันของคุณแห้งอยู่เสมอเพราะไม่มีเชื้อโรคตัวไหนจะเติบโตได้ในที่ที่ ขาดความชื้นแน่นอน

 

 

ห้องนั่งเล่น

 

 

- ห้องนั่งเล่น

1. ทำความสะอาดรีโมท

รีโมทสำหรับควบคุมเครื่องเล่นต่าง ๆ เป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคได้เช่นกัน โดย 1 ใน 5 ของเชื้อโรคเหล่านี้ก่ออันตรายและเป็นเชื้อที่มีความอึดกว่าเชื้อโรคทั่วไป เราจึงควรทำความสะอาดรีโมทเป็นประจำโดยการใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์เช็ดเบา ๆ หลีกเลี่ยงการใช้สเปรย์แอลกอฮอลล์เพราะอาจซึมเข้าไปทำลายวงจรของรีโมทได้รวม ถึงเปลี่ยนสำลีแผ่นใหม่ทุกครั้งเมื่อเช็ดรีโมทแต่ละอันเสร็จ

2. เปลี่ยนพรมผืนใหม่

แม้จะใช้เครื่องดูดฝุ่นราคาแพงขนาดไหนก็ไม่สามารถทำความสะอาดคราบชนิดฝัง แน่นบนพรมได้ เพราะฉะนั้นพรมที่ผ่านการใช้งานมานานจึงเป็นที่สะสมความสกปรกและที่อยู่ของ เชื้อโรคต่าง ๆ รวมทั้งไรฝุ่น ซึ่งก่อให้เกิดอาการผื่นแพ้ น้ำตาไหล และหายใจติดขัดจึงควรนำพรมของคุณมาซักบ้าง คุณอาจเปลี่ยนพรมผืนใหม่ หรือเปลี่ยนวัสดุปูพื้นเป็นเสื่อน้ำมันแทนก็ได้

3. ดูแลไม้กระถางในห้อง

ไม้กระถางเล็ก ๆ ที่คุณวางตกแต่งในห้องนั่งเล่นก็อาจเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคได้ หากคุณรดน้ำในปริมาณมากเกินไปทำให้ผิวหน้าของดินหรือกรวดที่โรยทับเปียกชุ่ม อยู่ตลอดเวลากลายเป็นแหล่งเพาะตัวของเชื้อโรค เช่นนั้นแล้ว ครั้งต่อไปรดน้ำแต่ในปริมาณพอเหมาะสังเกตดูผิวดินไม่ให้แฉะเกินไป เมื่อใช้นิ้วแตะต้องไม่มีดินเปียก ๆ ติดมาหรืออาจย้ายกระถางไปวางในห้องที่คุณไม่ได้เข้าไปใช้งานบ่อยครั้งนักก็ ได้

 

 

ห้องนอน

 

 

- ห้องนอน

1. ย้ายทีวีออกจากห้องนอน

มีผลสำรวจออกมาว่าคู่รักที่ไม่มีทีวีอยู่ในห้องนอนมีความสุขกว่าคู่รัก ที่มี ทีวีในห้องนอนถึง 2 เท่า การไม่มีทีวีในห้องนอนทำให้ได้เข้านอนเร็วขึ้นอย่างน้อย 30 นาที นั่นหมายถึงเวลาที่ร่างกายได้พักผ่อนเพื่อซ่อมแซมตัวเองรวมถึงการได้หลับ เต็มอิ่มกว่าเดิมทำให้ตื่นขึ้นมาอย่างสดใสกระปรี้กระเปร่า ย้ายทีวีออกไปจากห้องนอนของคุณยังช่วยให้คุณมีเวลาจู่จี๋กับคนรักมากขึ้น ด้วย หากใครยังทำใจย้ายเจ้าจอสี่เหลี่ยมออกไปไม่ได้ลองกำหนดให้สัก 2 วันในสัปดาห์เป็นวันที่คุณและคนรักเข้านอนโดยไม่ต้องดูทีวีดูก็ได้ค่ะ

2. เปลี่ยนหมอนใบใหม่

ถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนหมอนใบเดิมบ้างแล้วหากหมอนที่คุณใช้อยู่เริ่มจะ เก่า แถมปลอกหมอนหรือผ้าที่หุ้มอยู่ก็เริ่มสึกจนบางหรือเส้นใยไม่เกาะตัวแน่น เหมือนเดิม เพราะเป็นการเปิดโอกาสให้ไรฝุ่นเข้าไปอาศัยอยู่ได้ง่ายรวมถึงละอองฝุ่นจากใย สังเคราะห์หรือนุ่นที่ยัดเอาไว้ฟุ้งออกมาได้เช่นกัน ดังนั้น เปลี่ยนหมอนใบใหม่โดยเลือกหมอนที่หุ้มด้วยผ้าที่เส้นใยทอทึบแน่น หากเป็นไปได้เลือกหมอนที่ยัดไส้โดยขนสัตว์เพราะมีอายุการใช้งานนานกว่าไส้ ยัดที่ทำจากวัสดุสังเคราะห์ค่ะ

3. ทำความสะอาดเสื้อผ้าในตู้เสื้อผ้า

เสื้อผ้าที่คุณไม่ค่อยได้หยิบออกมาใส่บ่อยนักอย่างเสื้อแจ็กเก็ตหรือ เสื้อ กันหนาว หากแขวนทิ้งเอาไว้ในตู้นอกจากเป็นที่อยู่ของฝุ่นยังมีเชื้อโรคมาร่วมแฝงตัว ด้วย จึงควรนำออกมาซักทำความสะอาดบ้างเพียงสองครั้งต่อปีก็ถือว่าเพียงพอแล้ว สำหรับเสื้อผ้าที่เป็นขนสัตว์ที่เก็บกักฝุ่นได้ดีกว่า ก็อย่าลืมหาถุงพลาสติกสำหรับคลุมเสื้อผ้ามาคลุมไว้ด้วย

 

 

ห้องครัว

 

 

- ห้องครัว

1. ทำความสะอาดขวดเครื่องปรุงบนโต๊ะกินข้าว

บรรดาขวดเครื่องปรุงต่าง ๆ บนโต๊ะกินข้าว ไม่ว่าจะเป็น ขวดซอส หรือกระปุกเกลือพริกไทยมักเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคซึ่งจับอยู่บริเวณรอบ ๆ ภาชนะ แม้คุณจะเช็ดโต๊ะกินข้าว แต่คุณแทบไม่เคยเช็ดขวดเครื่องปรุงเหล่านี้เลย เมื่อเกิดการไอหรือจามระหว่างทานอาหารละอองน้ำลายซึ่งอาจปนเปื้อนเชื้อโรคก็ จะกระเด็นไปจับและสะสมอยู่ที่ขวดเครื่องปรุงเหล่านี้ เพราะฉะนั้นยามเช็ดโต๊ะทานข้าวทุกครั้งก็อย่าลืมทำความสะอาดขวดเครื่องปรุง ต่าง ๆ ด้วยนะคะ

2. ทำความสะอาดฟองน้ำล้างจาน

อุปกรณ์ช่วยทำควาสะอาดอย่างฟองน้ำล้างจานเองก็สามารถเป็นแหล่งสะสมของ เชื้อ โรคได้เช่นกัน ทั้งเศษอาหารและความชื้นทำให้ฟองน้ำเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรครวมถึงไวรัสที่ ทำให้เป็นหวัดได้ด้วย เมื่อคุณใช้ฟองน้ำล้างจานหรือเช็ดทำความสะอาดอ่างล้างก็เท่ากับคุณคุณกำลัง ป้ายเชื้อโรคนับล้านตัวให้กระจายออกไปบนพื้นผิวอื่น ๆ เพื่อป้องกันปัญหาฟองน้ำกลายเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค แช่ฟองน้ำในน้ำอุ่นจัดสัก 1 นาทีทุกครั้งหลังการใช้งานจะช่วยฆ่าเชื้อโรคได้ถึง 95% เลยทีเดียว

3. ทำความสะอาดตู้เย็น

บริเวณประตูโดยเฉพาะส่วนมือจับของตู้เย็นสามารถเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคได้ มากกว่าที่รองนั่งของชักโครกถึง 200 เท่า ไม่รู้กี่มือต่อกี่มือที่ไม่อาจแน่ใจว่าสะอาดหรือไม่ จับตู้เย็นเปิดปิดอย่างน้อย 5 ครั้งในหนึ่งวันแถมตู้เย็นยังมักถูกวางในที่ไกลแสงมีทั้งความเย็นและความ ชื้นอันเหมาะต่อการอยู่อาศัยของเชื้อโรค ทำให้กลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคอีกที่หนึ่งซึ่งมักโดนมองข้าม หากต้องการหลีกไกลจากเชื้อโรคพวกนี้เพียงเช็ดทำด้วยน้ำยาทำความสะอาดบ้างแค่ สัปดาห์ละครั้งก็เพียงพอ

4. ทำความสะอาดอ่างล้างจาน

อ่างล้างจานที่คุณใช้ในการชำระคราบอาหารออกจากภาชนะรวมถึงล้างของสดต่าง ๆ กลายเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคได้เช่นกัน เพราะฉะนั้นทุกครั้งหลังจากใช้อ่างเสร็จแล้วเช็ดทำความสะอาดอ่างด้วยน้ำผสม น้ำยาทำความสะอาดเท่านี้คุณก็ลดโอกาสอยู่รอดของเหล่าเชื้อโรคได้มากกว่า ครึ่ง

 

 

อุปกรณ์เครื่องใช้ในบ้าน

 

 

- อุปกรณ์เครื่องใช้ในบ้าน

1. เปลี่ยนผ้าถูบ้าน

จากผลสำรวจพบว่า ผ้าขี้ริ้วที่ใช้ถูบ้านสามารถกักเก็บเชื้อโรคได้ดีกว่าการใช้ฟองน้ำถู บ้านอยู่ถึงเท่าตัว เปลี่ยนจากผ้าถูบ้านผืนเก่ามาใช้ฟองน้ำแทน ผสมน้ำยาทำความสะอาดพื้นลงในน้ำสำหรับถูและอย่าลืมนำไปตากให้แห้งสนิททุก ครั้งหลังการใช้งาน

2. เปลี่ยนถุงเก็บฝุ่นในเครื่องดูดฝุ่น

เครื่องดูดฝุ่นเปรียบเสมือนบ้านติดล้อของเจ้าเชื้อโรคทั้งหลาย โดยเชื้อโรคจะสะสมอยู่ที่ถุงดักฝุ่นในตัวเครื่อง เพราะฉะนั้นแต่ละครั้งที่คุณเปิดเครื่องใช้งานสิ่งสกปรกต่าง ๆ ที่คุณดูดเข้าไปก็จะกลายเป็นอาหารชั้นดีทำหรับเจ้าเชื้อโรค ดังนั้น จึงควรถอดถุงดักฝุ่นออกมาทำความสะอาดบ้าน โดนนำออกไปถอดนอกบริเวณบ้าน เพื่อที่ฝุ่นและเชื้อโรคจะได้ไม่ฟุ้งกระจายหรือคุณสามารถเปลี่ยนไปใช้ถุงดัก ฝุ่นแบบที่บุด้วยสารฆ่าเชื้อก็ได้

3. ทำความสะอาดโทรศัพท์

บริเวณปุ่มกดของโทรศัพท์เป็นที่สะสมของเชื้อโรคได้ดีไม่แพ้ปุ่มกดชักโครก ใน ห้องน้ำสาธารณะเลย ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์บ้านหรือโทรศัพท์มือถือก็ตาม แต่คุณคงไม่ต้องถึงกับล้างมือด้วยน้ำยาทุกครั้งหลังการใช้งานโทรศัพท์ก็ได้ เพียงแค่เช็ดด้วยน้ำยาทำความสะอาดสักสัปดาห์ละ 2 ครั้งก็เพียงพอแล้ว

4. ทำความสะอาดแผ่นรองเมาส์ หรือบริเวณที่มือสัมผัสโดน

แผ่นรองเมาส์หรือบริเวณพื้นผิวที่คุณพักมือขณะใช้เมาส์เป็นอีกแหล่งที่ สามารถนำพาเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้ ทั้งเชื้อที่ก่อให้เกิดอาการเจ็บคอ ตาแดง รวมถึงการติดเชื้อที่ผิวหนัง เพื่อขจัดเชื้อโรคเหล่านี้ออกไปทำความสะอาดแผ่นรองเมาส์หรือพื้นผิวบริเวณ ดังกล่าวด้วยสเปรย์ความสะอาดหรือหากใครกังวลว่าแอลกอฮอลล์ในสเปรย์จะทำลาย พื้นผิวก็สามารถใช้กระดาษทิชชชู่อเนกประสงค์ชุบน้ำสบู่อ่อน ๆ เช็ดทำความสะอาดได้

5. ทำความสะอาดคีย์บอร์ด

คีย์บอร์ดหรือแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์สามารถสะสมเชื้อโรดได้มากกว่าพื้นผิว ใน ห้องน้ำถึง 200 เท่า เนื่องจากคีย์บอร์ดมีซอกหลืบที่ทำความสะอาดยากใช้น้ำยาทำความสะอาดเช็ดให้ ทั่วสัปดาห์ละครั้งก็สามารถลดปริมาณเชื้อโรคได้กว่าครึ่ง

 

 


ขอขอบคุณข้อมูล และรูปภาพจาก hunsa.com

 




เข้าชม : 2160
สาระเรื่องบ้านกับ URBAN HOUSE 5 อันดับล่าสุด
      วิธีดูแลบ้าน "ให้ห่างไกลโรค"
      50 วิธีดูแลบ้านแบบประหยัดเวลา ประหยัดเงิน
      ไอเดียแต่งบ้านสวยราคาประหยัด
      อากาศบริสุทธิ์ในบ้าน
      เหล็กเสริมคอนกรีต
 
home Company Portfolio Gallery Contact Us.
รับทำเว็บไซต์เชียงใหม่ รับสร้างบ้านเชียงใหม